การย้ายเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งไปไว้ในที่กำบังในช่วงฤดูฝนเพื่อให้การดูแลปกป้องบ้านของคุณ

การเตรียมพร้อมรับมือกับหน้าฝนด้วยการย้ายเฟอร์นิเจอร์สนามเข้ามารักษาในที่ร่ม เป็นวิธีที่ถูกต้องและช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดีที่สุดครับ เพราะความชื้นสะสมและน้ำฝนคือตัวการหลักที่ทำให้เกิดเชื้อรา สนิมและการผุพังสร้างปัญหาให้กับเจ้าของบ้านที่ปล่อยเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งไว้กลางฝนและความชื้นได้ เก้าอี้สนาม โต๊ะไม้ โซฟาในสวน ร่มและของตกแต่งต่างๆ อาจเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

หากไม่ได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม ความชื้น เชื้อรา สนิม และสีซีดจางเป็นปัญหาทั่วไปที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งมีอายุการใช้งานสั้นลงเพื่อให้การดูแลรักษาบ้านและเฟอร์นิเจอร์ในช่วงนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

มีข้อควรปฏิบัติและเทคนิคที่น่าสนใจดังนี้
1. ขั้นตอนการเตรียมเฟอร์นิเจอร์ก่อนจัดเก็บในที่ร่ม
ก่อนจะยกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาหลบฝน ไม่ควรยกเข้ามาตั้งเฉยๆ ทั้งที่ยังสกปรก เพราะความชื้นที่สะสมอยู่เดิมอาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราในบ้านได้ครับ
ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งสนิท: ปัดฝุ่น คราบดิน หรือเศษใบไม้ออกให้หมด ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ด แล้วปล่อยให้แห้งสนิทก่อนนำเข้าบ้าน
แยกชิ้นส่วนที่เป็นผ้า/เบาะ: ถอดปลอกหมอน เบาะรองนั่ง หรือผ้าใบแยกออกมาซักทำความสะอาด ตากให้แห้งสนิท แล้วแพ็กใส่ถุงซิปล็อกหรือกล่องพลาสติกเพื่อป้องกันความชื้นและฝุ่น

ตรวจสอบและบำรุงรักษาตามวัสดุ:
ไม้: ถ้าเริ่มเห็นร่องรอยความชื้นหรือเนื้อไม้แห้งสาก ถือโอกาสนี้ทาเคลือบด้วยน้ำมันรักษาเนื้อไม้ (Teak Oil) ก่อนจัดเก็บ
เหล็ก/โลหะ: ตรวจดูว่ามีรอยสีหลุดล่อนจนเห็นเนื้อเหล็กไหม ถ้ามีให้ขัดสนิมออกแล้วแต้มสีกันสนิมทันที
หวายเทียม/พลาสติก: ตรวจเช็กข้อต่อต่างๆ ว่ามีจุดไหนชำรุดหรือไม่ วัสดุพวกนี้ดูแลรักษาง่ายที่สุด แค่เช็ดสะอาดก็พร้อมเก็บได้เลย

2. พื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสมในบ้าน
การเลือกมุมสำหรับวางเฟอร์นิเจอร์สนามในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กันครับ

หลีกเลี่ยงมุมอับชื้น: ควรจัดเก็บในห้องหรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เช่น โรงรถที่มิดชิด, ห้องเก็บของที่มีหน้าต่างระบายอากาศ หรือมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น
อย่าให้สัมผัสพื้นปูนโดยตรง (ถ้าทำได้): หากเก็บในโรงรถหรือห้องใต้ดินที่อาจมีความชื้นขึ้นมาจากพื้น ควรหาแผ่นพลาสติก, เสื่อน้ำมัน หรือฟิวเจอร์บอร์ดรองพื้นก่อนวางเฟอร์นิเจอร์ เพื่อตัดวงจรความชื้นจากพื้นปูน
การวางซ้อนเพื่อประหยัดพื้นที่: เก้าอี้สนามหลายรุ่นออกแบบมาให้ซ้อนกันได้ ให้ซ้อนเก็บในแนวตั้งเพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ทางเดินในบ้าน

3. ทริคการดูแลรักษาบ้านเพิ่มเติมในช่วงหน้าฝน
เมื่อเคลียร์พื้นที่ข้างนอกและย้ายของเข้ามาแล้ว ถือโอกาสนี้เช็กจุดสำคัญรอบบ้านไปพร้อมกันเลยครับ:
ข้อควรระวัง: เมื่อย้ายเฟอร์นิเจอร์ออกไปแล้ว พื้นที่ภายนอก (เช่น ระเบียง, ชานเรือน) จะกลายเป็นพื้นที่โล่งที่รับน้ำฝนเต็มๆ ต้องระวังเรื่อง “น้ำขัง” และ “ตะไคร่น้ำ” ที่จะทำให้พื้นลื่นและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ควรหมั่นขัดล้างหลังฝนตกหนักครับ
เช็กทิศทางลมและฝนสาด: ดูว่ามุมที่เคยตั้งเฟอร์นิเจอร์สนาม มีหน้าต่างหรือประตูกระจกอยู่ใกล้ๆ ไหม เพราะเมื่อไม่มีเฟอร์นิเจอร์ช่วยบัง ลมและฝนจะปะทะช่องเปิดของบ้านตรงๆ ควรตรวจสอบขอบยางและซิลิโคนตามหน้าต่างว่ายังกันน้ำได้ดีอยู่ไหม

ทางระบายอากาศในบ้าน: ช่วงหน้าฝนเรามักจะปิดบ้านทึบเพื่อกันฝน แต่อย่าลืมเปิดพัดลมระบายอากาศ หรือเปิดหน้าต่างในวันที่แดดออกและฝนไม่ตก เพื่อไล่ความชื้นสะสมในบ้าน ไม่ให้ส่งผลเสียต่อเฟอร์นิเจอร์ที่เราเพิ่งย้ายเข้ามา

การดูแลบ้านช่วงหน้าฝนอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อัปเกรดการป้องกันไว้ก่อนแบบนี้ ดีกว่าต้องมาตามซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หรือโครงสร้างบ้านทีหลังแน่นอน

การย้ายเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งไปยังพื้นที่ที่มีหลังคาคลุมในช่วงฤดูฝนเป็นวิธีที่ปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพในการปกป้องการลงทุนของบ้าน ฝน ความชื้น และความเปียกชื้น สามารถทำลายเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างรวดเร็วหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล แต่การทำความสะอาดเป็นประจำ การจัดเก็บที่เหมาะสม และการใช้ผ้าคลุมป้องกัน สามารถยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งได้เป็นอย่างมาก