บ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนที่มีค่าที่สุดในชีวิตและการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยรักษาสภาพความสวยงามและความแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้ ในบรรดาส่วนต่างๆ ของบ้าน หลังคาเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการปกป้องบ้านจากฝน แสงแดด ลมและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม รอยรั่วบนหลังคาเป็นปัญหาทั่วไปที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องเผชิญ
การตรวจสอบและบำรุงรักษาหลังคาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เจ้าของบ้านตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และยืดอายุการใช้งานของหลังคา การเข้าใจวิธีการตรวจสอบรอยรั่วบนหลังคาจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลบ้านอย่างมีความรับผิดชอบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข แม้แต่รอยรั่วเล็กๆ ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง เช่น เชื้อราขึ้น ฝ้าเพดานอ่อนแอ ผนังเสียหาย และค่าซ่อมแซมที่สูง
การตรวจเช็กและดูแลรักษาหลังคาบ้านเพื่อป้องกันการรั่วซึมเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน การตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสียหายของตัวบ้านและเซฟเงินในกระเป๋าไม่ให้บานปลายได้ดีที่สุด
นี่คือคู่มือการตรวจเช็กและการดูแลรักษาหลังคาบ้านแบบเข้าใจง่าย:
1. จุดที่ต้องตรวจเช็ก (หาจุดเสี่ยงรั่วซึม)
การตรวจเช็กหลังคาสามารถทำได้ทั้งจาก ภายในบ้าน และ ภายนอกบ้าน ดังนี้:
ตรวจจากภายในบ้าน (ทำได้ง่ายและปลอดภัยที่สุด)
ฝ้าเพดานและผนัง: เดินดูให้ทั่วบ้านว่ามีคราบน้ำ รอยด่างสีเหลืองหรือน้ำตาล รอยสีลอกล่อน หรือเชื้อราหรือไม่ (ถ้ามีคราบ แสดงว่าน้ำรั่วลงมาจากหลังคาแล้ว)
ตรวจช่วงฝนตกหนัก: ลองเดินฟังเสียงน้ำหยดกระทบฝ้า หรือใช้ไฟฉายส่องส่องดูตามซอกมุมในบ้าน
ขึ้นไปดูใต้หลังคา (ถ้ามีช่องเซอร์วิส): ในวันที่มีแดดจัด ให้ปิดไฟในบ้านแล้วขึ้นไปดูใต้หลังคา หากเห็นแสงแดดลอดเข้ามา แปลว่าตรงนั้นมีรูรั่วแน่นอน
ตรวจจากภายนอกบ้าน (มองจากมุมสูงหรือขึ้นไปบนหลังคา)
กระเบื้องหลังคา: มีแผ่นไหนแตก ร้าว บิดเบี้ยว หรือเผยอขึ้นมาไหม
ครอบสันหลังคาและตะเข้สัน: ตรวจดูว่าปูนปั้นหรือวัสดุอุดรอยต่อมีรอยแตกแยก แตกหัก หรือเสื่อมสภาพหรือไม่ (จุดนี้คือจุดที่รั่วบ่อยที่สุด)
บริเวณรอยต่อและวัสดุกันซึม: ดูตามแผ่นแฟลชชิ่ง (Flashing) หรือแผ่นปิดรอยต่อบริเวณที่หลังคาชนกับผนังบ้าน ว่ายังแนบสนิทดีอยู่ไหม
รางน้ำฝน: มีเศษใบไม้ โคลน หรือสิ่งสกปรกอุดตันจนน้ำล้นย้อนกลับเข้าใต้หลังคาหรือไม่
