บ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบไม่เพียงแต่ทำให้การอยู่อาศัยสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างสมดุลและพลังงานด้านบวกอีกด้วย ตามหลักฮวงจุ้ย เชื่อกันว่าการจัดวางและสภาพของพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านมีอิทธิพลต่อการไหลเวียนของพลังชีวิต เมื่อพื้นที่บางจุดเต็มไปด้วยความรก สกปรก หรือมีสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ววางกองอยู่ หลักฮวงจุ้ยระบุว่าอาจทำให้การไหลเวียนของพลังงานติดขัดได้
ตามหลักฮวงจุ้ย จุดในบ้านที่ห้ามปล่อยให้รกเด็ดขาดเพราะส่งผลกระทบต่อโชคลาภ สุขภาพ และความสัมพันธ์ มีดังนี้
ไม่ว่าคุณจะยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดหรือเพียงแค่ต้องการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ การใส่ใจกับพื้นที่ที่มักรกเลอะเทอะถือเป็นวิธีปฏิบัติที่ดีในการปรับปรุงบรรยากาศของที่อยู่อาศัย พื้นที่บางจุดมีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากเชื่อมโยงกับเรื่องการเคลื่อนไหว โอกาส ความสัมพันธ์ สุขภาพ และพลังงานโดยรวมของบ้าน
แล้วพื้นที่ส่วนไหนของบ้านที่ไม่ควรปล่อยให้รกบ้าง?
1. ทางเข้าหลักของบ้าน
ทางเข้าหลักถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สำคัญที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย เพราะเชื่อกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่พลังงานจะไหลเข้าสู่ตัวบ้าน ทางเข้าที่รกไปด้วยรองเท้า กล่อง กระเป๋า ร่ม หรือของจุกจิกต่างๆ อาจทำให้พื้นที่ดูแออัดและสัญจรไปมาได้ยาก
ในมุมมองของฮวงจุ้ย การดูแลทางเข้าให้สะอาดและโล่งโปร่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าต้อนรับและเปิดทางให้พลังงานชี่ไหลเข้าสู่บ้านได้อย่างราบรื่น
ลองทำตามนี้ดู:
จัดเก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบในตู้หรือชั้นวางรองเท้า
นำพัสดุและกล่องที่ไม่จำเป็นออกไป
หลีกเลี่ยงการวางกองกระเป๋าหรือเสื้อผ้าไว้ใกล้ประตู
ดูแลให้ทางเข้ามีแสงสว่างเพียงพอและเข้าถึงได้ง่าย
ทำความสะอาดพื้นอย่างสม่ำเสมอ
ทางเข้าที่ไม่รกไม่จำเป็นต้องว่างเปล่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือการรักษาประโยชน์ใช้สอย ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยทางสายตา
2. บริเวณประตูหน้าบ้าน
ตัวประตูหน้าบ้านเองก็ควรได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษเช่นกัน ประตูที่เปิดยากเพราะมีสิ่งของวางขวางอยู่ทั้งด้านหน้าหรือด้านหลังอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีตั้งแต่แรกเห็น
ตามแนวคิดฮวงจุ้ยดั้งเดิม ประตูหน้าบ้านเปรียบเสมือนตัวแทนของโอกาสและช่องทางที่พลังงานจะไหลเข้าสู่บ้าน ดังนั้น จึงไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ กล่องเก็บของ หรือกองสิ่งของต่างๆ ขวางทางเข้าประตู
ในแง่ของการใช้งานจริง การดูแลพื้นที่บริเวณประตูให้โล่งโปร่งยังช่วยให้เข้าและออกจากบ้านได้อย่างสะดวกและปลอดภัยอีกด้วย
3. ห้องนั่งเล่น
โดยปกติแล้ว ห้องนั่งเล่นถือเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสมาชิกในบ้านในการทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้พักผ่อน สังสรรค์ และใช้เวลาร่วมกัน
การปล่อยให้ห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งที่ไม่ได้ใช้ ของเล่นเด็ก เอกสาร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป อาจทำให้ห้องดูเล็กลงและขาดความรู้สึกผ่อนคลาย
ตามหลักฮวงจุ้ย ห้องนั่งเล่นที่มีความโปร่งโล่งและสมดุลมักเป็นที่นิยม เพราะช่วยให้ผู้คนสามารถเดินไปมาได้อย่างสะดวกสบาย
ลองพิจารณานำสิ่งของเหล่านี้ออกไป:
ของที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน
ของที่ชำรุดหรือเสียหาย
ของที่กินพื้นที่ทางเดินอันมีค่า
ของที่ไม่มีประโยชน์ใช้สอยหรือไม่ได้ช่วยตกแต่งบ้านให้สวยงาม
ของที่ทำให้ดูรกสายตา
แทนที่จะวางของจนเต็มทุกมุม ควรเว้นพื้นที่ว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักไว้บ้าง
4. จุดศูนย์กลางของบ้าน
พื้นที่ส่วนกลางของบ้านเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้ศึกษาเรื่องฮวงจุ้ยมักให้ความสำคัญ โดยปกติแล้ว จุดศูนย์กลางจะสัมพันธ์กับความสมดุลโดยรวมของบ้าน
ด้วยเหตุนี้ การปล่อยให้จุดศูนย์กลางของบ้านกลายเป็นที่เก็บของจึงอาจไม่ใช่เรื่องดีนักในมุมมองของฮวงจุ้ย
หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่กลางบ้านเป็นที่เก็บ:
กล่องกระดาษลัง
เฟอร์นิเจอร์เก่า
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้
เสื้อผ้าที่รอซัก
กระเป๋าและสัมภาระต่างๆ
ของใช้ในบ้านเบ็ดเตล็ด
การรักษาพื้นที่ส่วนนี้ให้โปร่งโล่งยังช่วยให้บ้านดูมีพื้นที่กว้างขวางและสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้นอีกด้วย
5. ห้องครัว
ห้องครัวมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอาหาร การหล่อเลี้ยงร่างกาย และกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้าน จึงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยมีความสำคัญเป็นพิเศษ
ห้องครัวที่เต็มไปด้วยอาหารหมดอายุ จานชามสกปรก ภาชนะจำนวนมากเกินความจำเป็น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน อาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านทัศนียภาพและการใช้งานจริง
เพื่อรักษาความเป็นระเบียบในห้องครัว:
ทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวหลังทำอาหารเสร็จ
ตรวจสอบวันหมดอายุของอาหารอย่างสม่ำเสมอ
ทิ้งอาหารที่เน่าเสีย
จัดเก็บอุปกรณ์ทำอาหารให้เป็นระเบียบ
หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของที่ไม่จำเป็นไว้รอบเตาไฟ
ดูแลรักษาอ่างล้างจานให้สะอาดอยู่เสมอ
ในแง่ของการใช้งานจริง ห้องครัวที่เป็นระเบียบยังช่วยส่งเสริมสุขอนามัยของอาหารและทำให้การทำอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
6. พื้นที่รับประทานอาหาร
โต๊ะรับประทานอาหารเป็นสัญลักษณ์ของการรับประทานอาหารและการรวมตัวของครอบครัว การปล่อยให้โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสาร ถุงช้อปปิ้ง พัสดุ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องวางทิ้งไว้ตลอดเวลา อาจทำให้ยากต่อการใช้พื้นที่นี้ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง
ตามหลักฮวงจุ้ย พื้นที่รับประทานอาหารที่สะอาดและเป็นระเบียบจะช่วยสร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์สำหรับการรับประทานอาหารร่วมกัน
ควรพยายามเก็บกวาดโต๊ะรับประทานอาหารให้เรียบร้อยหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมอื่นๆ แล้ว หากต้องการพื้นที่เก็บของเพิ่มเติม ให้ใช้ตู้ ชั้นวางของ หรือกล่องเก็บของที่จัดเตรียมไว้ แทนที่จะใช้โต๊ะรับประทานอาหารเป็นที่วางของถาวร
7. ห้องนอน
ห้องนอนเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ดังนั้นความรกจึงอาจส่งผลส่งผลกระทบที่เห็นได้ชัดต่อบรรยากาศโดยรวม
ตามหลักฮวงจุ้ย ห้องนอนควรให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย มากกว่าที่จะดูเหมือนห้องเก็บของ
สาเหตุที่ทำให้ห้องนอนดูรกมักเกิดจากสิ่งเหล่านี้:
เสื้อผ้าที่วางระเกะระกะบนพื้น
กระเป๋าที่วางไว้ข้างเตียง
เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน
ของตกแต่งที่มากเกินความจำเป็น
เอกสารงานต่างๆ
กล่องที่เก็บไว้ใต้เตียงหรือรอบๆ เตียง
การจัดระเบียบห้องนอนจะช่วยให้พื้นที่ดูผ่อนคลายและดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายขึ้น
8. พื้นที่ใต้เตียง
พื้นที่ใต้เตียงมักถูกมองข้ามและกลายเป็นที่เก็บของลับตาสำหรับกระเป๋าเดินทาง เสื้อผ้า เอกสารเก่า ของเล่น และของจุกจิกต่างๆ ได้ง่าย
คำแนะนำตามหลักฮวงจุ้ยดั้งเดิมมักระบุว่าควรปล่อยให้พื้นที่ใต้เตียงโล่ง หรือใช้เก็บเฉพาะสิ่งของที่จัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อยเท่านั้น
ในแง่ของการใช้งานจริง การเก็บของไว้ใต้เตียงมากเกินไปอาจเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและทำให้การทำความสะอาดทำได้ยากขึ้น
หากจำเป็นต้องใช้พื้นที่นี้ ควรเลือกใช้ภาชนะเก็บของที่สะอาด และหลีกเลี่ยงการเก็บสิ่งของที่ชื้น สกปรก ชำรุด หรือของที่ไม่ค่อยได้ใช้งานไว้ที่นั่น
9. พื้นที่หลังประตูห้องนอน
พื้นที่หลังประตูห้องนอนมักกลายเป็นจุดสะสมเสื้อผ้า กระเป๋า กล่อง และของใช้ต่างๆ ได้ง่าย เพราะเป็นมุมที่มักจะลับสายตา
อย่างไรก็ตาม ของที่วางรกแม้จะถูกซ่อนไว้ ก็ยังถือว่าเป็นความรกอยู่ดี
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูสามารถเปิดและปิดได้อย่างสะดวก หากมีสิ่งของกีดขวางการเปิดปิดประตูอยู่เสมอ ควรจัดระเบียบพื้นที่ใหม่และหาที่เก็บของที่เหมาะสมกว่าเดิม
10. บันไดและชานพักบันได
บันไดเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ไม่ควรใช้เป็นที่เก็บของ หลายคนมักวางกระเป๋า กล่อง รองเท้า หรือของใช้ในบ้านไว้ที่บันไดชั่วคราวโดยตั้งใจว่าจะนำไปเก็บในภายหลัง
สิ่งของเหล่านั้นอาจสะสมพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในแง่ของความปลอดภัย การปล่อยให้บันไดโล่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะของที่วางระเกะระกะอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการสะดุดล้มได้ ในทางฮวงจุ้ยเองก็ถือว่าทางเดินที่โล่งโปร่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยให้การเคลื่อนไหวและการไหลเวียนของพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ
11. โถงทางเดินและทางเดินเชื่อม
โถงทางเดินทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของบ้าน จึงถือเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการสัญจรไปมา หากมีเฟอร์นิเจอร์ กล่อง รองเท้า หรือของตกแต่งวางขวางทางเดิน พื้นที่นั้นก็จะเดินผ่านได้ยาก
โถงทางเดินที่โล่งโปร่งจะช่วยให้บ้านทั้งหลังดูโปร่งสบายและกว้างขวางขึ้น
ในการจัดระเบียบโถงทางเดิน ควรเน้นการเว้นพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับการเดินอย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องคอยหลบหลีกสิ่งของต่างๆ ตลอดเวลา 12. ห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเนื่องจากเรื่องความชื้นและความสะอาดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด การปล่อยให้มีของใช้ในห้องน้ำ ขวดเปล่า เสื้อผ้ารอซัก และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้กองสะสมไว้ อาจทำให้ห้องดูคับแคบและทำความสะอาดยาก
แม้ว่าหลักฮวงจุ้ยจะมีการตีความเรื่องห้องน้ำแตกต่างกันไป แต่การดูแลรักษาพื้นที่นี้ให้สะอาด แห้ง และเป็นระเบียบเรียบร้อยถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีและใช้ได้จริง
ควรหมั่นนำสิ่งเหล่านี้ออกไปทิ้งหรือจัดการให้เรียบร้อย:
ขวดแชมพูที่ใช้หมดแล้ว
เครื่องสำอางที่หมดอายุ
อุปกรณ์หรือของใช้ที่ชำรุดเสียหาย
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่ได้ใช้งาน
ภาชนะพลาสติกที่มีมากเกินความจำเป็น
ห้องน้ำที่สะอาดจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่น่าอยู่และส่งผลดีต่อสุขอนามัย
13. ระเบียง
ระเบียงมักกลายเป็นจุดที่สะดวกในการวางสิ่งของที่ไม่มีที่เก็บเป็นหลักแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์เก่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ กล่องพัสดุ กระถางต้นไม้ หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ซึ่งสิ่งของเหล่านี้อาจเปลี่ยนระเบียงให้กลายเป็นห้องเก็บของไปโดยไม่รู้ตัว
ตามหลักฮวงจุ้ย ระเบียงที่โล่งโปร่งจะช่วยรักษาความรู้สึกเปิดกว้างและคงความเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมภายนอกเอาไว้ได้
หากเป็นไปได้ ควรจัดระเบียงให้เรียบร้อยและนำสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วออกไป รวมถึงจัดวางต้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บดบังพื้นที่จนทึบตัน
14. หน้าต่างและพื้นที่ใกล้หน้าต่าง
หน้าต่างเป็นช่องทางรับแสงธรรมชาติและช่วยในการระบายอากาศ การวางกล่อง กองสิ่งของ หรือเฟอร์นิเจอร์จำนวนมากไว้บังหน้าต่าง อาจทำให้บ้านดูมืดทึบและขาดความโปร่งสบาย
ในทางฮวงจุ้ย แสงธรรมชาติถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพื้นที่ที่สว่างและน่าอยู่จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับบ้าน
ควรดูแลพื้นที่บริเวณหน้าต่างให้โล่งโปร่ง เพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามาได้และสามารถเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศได้สะดวกเมื่อต้องการ
15. มุมทำงานหรือโต๊ะทำงาน
โต๊ะทำงานมักกลายเป็นจุดที่รกไปด้วยเอกสาร สายไฟ อุปกรณ์เครื่องเขียน แก้วกาแฟ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
หากคุณทำงานที่บ้าน การจัดระเบียบพื้นที่ทำงานให้เรียบร้อยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ในมุมมองของฮวงจุ้ย โต๊ะทำงานที่เป็นระเบียบอาจช่วยส่งเสริมสมาธิและความคิดที่ปลอดโปร่ง แม้ว่าผลลัพธ์เหล่านี้อาจไม่ได้มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน แต่พื้นที่ทำงานที่สะอาดและเป็นระเบียบย่อมช่วยให้การทำงานในแต่ละวันสะดวกสบายและราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน
ลองจัดระเบียบสายไฟ คัดแยกเอกสารที่ไม่จำเป็นออก และวางอุปกรณ์ที่ต้องใช้บ่อยๆ ไว้ในจุดที่หยิบจับได้ง่าย
ทำไมจึงควรหลีกเลี่ยงความรกตามหลักฮวงจุ้ย?
แนวคิดพื้นฐานของฮวงจุ้ยคือ การจัดวางพื้นที่สามารถส่งผลต่อการไหลเวียนของพลังงานภายในบ้านได้ ซึ่งความรกหรือสิ่งของที่วางระเกะระกะมักถูกมองว่าเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางหรือทำให้การไหลเวียนของพลังงานหยุดชะงักลง หลักฮวงจุ้ยแต่ละสำนักอาจมีการตีความพื้นที่เฉพาะจุดแตกต่างกันไป จึงไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำด้านฮวงจุ้ยหลายประการก็สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติ
หลักการพื้นฐานของการจัดระเบียบบ้านคือ การกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งจะช่วยให้ทำความสะอาดห้องได้ง่ายขึ้น หยิบจับสิ่งของได้สะดวก ลดสิ่งรบกวนสายตา และทำให้บ้านดูโปร่งโล่งกว้างขวางยิ่งขึ้น
ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องมองว่าฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์เหนือธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำหลักการมาปรับใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านที่ให้ความรู้สึกสมดุลและน่าอยู่ได้
เคล็ดลับการจัดบ้านและกำจัดของรกตามหลักฮวงจุ้ยแบบง่ายๆ
หากบ้านของคุณมีจุดที่รกหลายจุด ไม่จำเป็นต้องจัดระเบียบทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเดียว ให้เริ่มจากจุดที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากที่สุดก่อน
เริ่มจากบริเวณทางเข้าบ้าน
นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นต้องวางไว้ตรงนั้นออกไป จัดระเบียบรองเท้า กระเป๋า ร่ม และสิ่งของอื่นๆ ที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ ให้เรียบร้อย
เคลียร์ทางเดินให้โล่ง
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทางเดิน บันได และประตูทางเข้าไม่มีสิ่งของวางกีดขวางการสัญจรไปมา
กำจัดของที่ชำรุดเสียหาย
เฟอร์นิเจอร์ที่พัง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสีย หรือของที่ใช้งานไม่ได้แล้ว มักกินพื้นที่ใช้สอยอันมีค่า หากของชิ้นไหนคุ้มค่าที่จะเก็บไว้ก็ควรซ่อมแซม แต่ถ้าไม่คุ้มค่าก็ควรพิจารณาทิ้งหรือนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี
ตรวจสอบพื้นที่เก็บของที่ซ่อนอยู่
ลองสำรวจใต้เตียง ในตู้ หลังประตู และระเบียง เพราะจุดเหล่านี้มักเป็นที่สะสมของที่เราลืมไปแล้ว
ใช้กฎ “หนึ่งปี” อย่างระมัดระวัง
หากคุณไม่ได้ใช้งานสิ่งของชิ้นใดมาเป็นเวลานาน ให้ลองถามตัวเองว่าจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ หรือไม่ ทั้งนี้ สิ่งของตามฤดูกาลและอุปกรณ์ฉุกเฉินถือเป็นข้อยกเว้น ไม่ควรทิ้งไปโดยไม่พิจารณาให้ดีเสียก่อน
ดูแลพื้นที่วางของให้โล่งและจัดการง่าย
อย่าปล่อยให้โต๊ะ ชั้นวางของ และเคาน์เตอร์ทุกจุดกลายเป็นที่วางของสะสมไปหมด ควรเว้นพื้นที่ว่างสำหรับการใช้งานจริงเอาไว้บ้าง
ข้อผิดพลาดเรื่องฮวงจุ้ยและความรกในบ้านที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการคิดว่าความรกไม่ใช่เรื่องสำคัญเพียงเพราะมันถูกซ่อนไว้ไม่ให้เห็น ตู้ที่อัดแน่น ลิ้นชักที่ใส่ของจนล้น หรือห้องเก็บของที่ระเกะระกะ ล้วนทำให้การดูแลรักษาบ้านทำได้ยากขึ้น
อีกข้อผิดพลาดหนึ่งคือการซื้อเฟอร์นิเจอร์สำหรับเก็บของเพิ่มโดยไม่กำจัดของที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน เพราะตู้ที่เพิ่มเข้ามาอาจเป็นเพียงการซ่อนความรกไว้เท่านั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
แนวทางที่ดีกว่าคือการคัดแยกและกำจัดของที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน แล้วค่อยจัดระเบียบสิ่งของที่เหลือในภายหลัง
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรยึดติดกับกฎฮวงจุ้ยจนเคร่งครัดเกินไปจนทำให้บ้านใช้งานไม่สะดวก การจัดบ้านที่มีประโยชน์ที่สุดคือการสร้างสมดุลระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ความสบาย และความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัย บทสรุป
ตามหลักฮวงจุ้ย มีพื้นที่บางส่วนของบ้านที่ควรดูแลให้โล่งโปร่งและเป็นระเบียบอยู่เสมอ ได้แก่ ทางเข้าหลัก ประตูหน้าบ้าน ห้องนั่งเล่น จุดศูนย์กลางของบ้าน ห้องครัว ห้องนอน บันได ทางเดิน ห้องน้ำ ระเบียง และบริเวณรอบหน้าต่าง
เป้าหมายดั้งเดิมของแนวทางนี้คือการส่งเสริมให้พลังชี่ไหลเวียนได้อย่างราบรื่นและรักษาความสมดุลภายในบ้าน ในขณะเดียวกัน การปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ยังก่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้วย เพราะช่วยให้บ้านสะอาด ปลอดภัย สัญจรสะดวก และน่าอยู่ยิ่งขึ้น
