กลิ่นอับที่มาจากเครื่องปรับอากาศนั้นไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีฝุ่น ความชื้น เชื้อราหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ สะสมอยู่ภายในเครื่อง เนื่องจากเครื่องปรับอากาศช่วยหมุนเวียนอากาศทั่วห้อง การรักษาความสะอาดจึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สะดวกสบายและมีสุขภาพดี
กลิ่นอับจากแอร์ส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมของ ความชื้น เชื้อรา แบคทีเรีย บนแผงคอยล์เย็น หรือเกิดจาก น้ำขังในถาดรองน้ำทิ้งและท่อระบายน้ำอุดตัน
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ไล่ความชื้นหลังใช้งาน: ก่อนปิดแอร์ประมาณ 15-20 นาที ให้ปรับเป็น Fan Mode (โหมดพัดลม) เพื่อเป่าคอยล์เย็นให้แห้ง ลดการเจริญเติบโตของเชื้อรา
ทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter): ถอดออกมาฉีดล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างจาน ผึ่งลมให้ แห้งสนิท ก่อนนำกลับไปใส่ (หากใส่ขณะชื้นจะยิ่งทำให้กลิ่นอับรุนแรงขึ้น)
ใช้สเปรย์โฟมล้างแอร์: ฉีดพ่นบริเวณแผงคอยล์เย็นเพื่อกำจัดคราบเมือกและเชื้อราเบื้องต้น
ระบายอากาศในห้อง: เปิดประตูและหน้าต่างพร้อมเปิดพัดลมให้อากาศถ่ายเท เพื่อขับกลิ่นตกค้างออกจากห้อง
สาเหตุทั่วไปของกลิ่นอับจากเครื่องปรับอากาศ
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการสะสมของความชื้น เมื่อเครื่องปรับอากาศทำงาน จะเกิดการควบแน่นขึ้นตามธรรมชาติ หากความชื้นยังคงอยู่ภายในเครื่อง โดยเฉพาะบริเวณคอยล์ระเหยหรือถาดรองน้ำทิ้ง จะทำให้เกิดสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและจุลินทรีย์
สาเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้ ได้แก่:
แผ่นกรองอากาศสกปรกหรืออุดตัน
ฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมบนคอยล์ทำความเย็น
พัดลมหรือมอเตอร์เป่าลมสกปรก
ท่อระบายน้ำทิ้งอุดตันหรือสกปรก
เชื้อราหรือราดำภายในระบบปรับอากาศ
การระบายอากาศไม่ดีและความชื้นในห้องสูง
เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้บำรุงรักษาเป็นเวลานาน
การระบุสาเหตุเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแค่กลบกลิ่นด้วยสเปรย์ปรับอากาศไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
1. ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ
แผ่นกรองอากาศจะดักจับฝุ่น เส้นผม และอนุภาคในอากาศอื่นๆ เมื่อแผ่นกรองอากาศสกปรก การไหลเวียนของอากาศอาจลดลง และสิ่งปนเปื้อนอาจสะสมอยู่ภายในเครื่อง
ตรวจสอบแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ และทำความสะอาดหรือเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มีฝุ่นบ่อย หรือใช้เครื่องปรับอากาศหนัก อาจต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้น
2. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างละเอียด
หากกลิ่นยังคงอยู่หลังจากทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแล้ว ปัญหาอาจอยู่ลึกเข้าไปภายในเครื่อง ฝุ่นและความชื้นสามารถสะสมอยู่บนคอยล์ทำความเย็น พัดลม ถาดรองน้ำทิ้ง และส่วนประกอบอื่นๆ
การทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่สะสมและลดสภาวะที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ยังช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ตรวจสอบท่อระบายน้ำทิ้ง
ท่อระบายน้ำที่อุดตันอาจทำให้น้ำขังอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ น้ำที่ขังอยู่จะทำให้เกิดกลิ่นอับและส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
หากคุณสังเกตเห็นน้ำรั่วจากตัวเครื่องภายในหรือความชื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรให้ช่างตรวจสอบและทำความสะอาดระบบระบายน้ำ หลีกเลี่ยงการถอดชิ้นส่วนไฟฟ้าหรือชิ้นส่วนภายในด้วยตนเองหากคุณไม่ได้รับการฝึกฝนมา
4. ควบคุมความชื้นภายในบ้าน
ความชื้นสูงอาจทำให้บ้านรู้สึกไม่สบายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา การใช้เครื่องปรับอากาศอย่างถูกต้อง การปรับปรุงการระบายอากาศ และการใช้เครื่องลดความชื้นเมื่อจำเป็น จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สมดุลมากขึ้น
การรักษาระดับความชื้นภายในบ้านให้อยู่ในระดับปานกลางนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งในสภาพอากาศที่อบอุ่นและชื้น
5. รักษาความสะอาดบริเวณรอบเครื่องปรับอากาศ
ฝุ่นละอองบริเวณช่องรับอากาศและช่องระบายอากาศของเครื่องปรับอากาศอาจถูกดูดเข้าไปในระบบได้ ควรทำความสะอาดพื้นผิวใกล้เคียงเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการกีดขวางการไหลเวียนของอากาศด้วยเฟอร์นิเจอร์ ม่าน หรือสิ่งของอื่นๆ
บริเวณรอบๆ ที่สะอาดจะช่วยให้การไหลเวียนของอากาศดีขึ้นและลดปริมาณฝุ่นละอองที่เข้าไปในระบบ
6. หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ปรับอากาศ
การฉีดน้ำหอมเข้าไปในหรือรอบๆ เครื่องปรับอากาศอาจช่วยกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อรา ฝุ่น หรือความชื้น ในบางกรณี การเพิ่มน้ำหอมที่ไม่จำเป็นเข้าไปในอากาศอาจไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับผู้ที่ไวต่อกลิ่น
วิธีที่ดีกว่าคือการหาสาเหตุของกลิ่นและกำจัดมันออกไป
7. กำหนดตารางการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ
การบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความสะอาดของเครื่องปรับอากาศและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพแวดล้อมของบ้าน อาจจำเป็นต้องมีการบริการจากช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นระยะ
ช่างเทคนิคสามารถตรวจสอบชิ้นส่วนที่ยากหรือไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้าของบ้านในการทำความสะอาดเองได้ เช่น คอยล์ทำความเย็น พัดลม ระบบระบายน้ำ และชิ้นส่วนภายในอื่นๆ
เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
หากยังมีกลิ่นอับชื้นอยู่หลังจากทำความสะอาดแผ่นกรองเบื้องต้น หรือหากคุณสังเกตเห็นเชื้อราที่มองเห็นได้ การรั่วไหลของน้ำ เสียงผิดปกติ หรือประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง ขอแนะนำให้ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ กลิ่นที่ยังคงอยู่ อาจบ่งบอกถึงการปนเปื้อนหรือปัญหาความชื้นที่ต้องทำความสะอาดหรือซ่อมแซมอย่างละเอียดมากขึ้น
รักษาอากาศในบ้านให้สะอาดและสบาย
ไม่ควรละเลยเครื่องปรับอากาศที่มีกลิ่นอับ การทำความสะอาดแผ่นกรอง การบำรุงรักษาระบบระบายน้ำ การควบคุมความชื้น การรักษาพื้นที่โดยรอบให้สะอาด และการจัดให้มีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านและทำให้ระบบทำงานได้อย่างถูกต้อง
เครื่องปรับอากาศที่สะอาดเป็นส่วนสำคัญของการบำรุงรักษาบ้านที่ดี การจัดการกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ต้นตอแทนที่จะเพียงแค่กลบกลิ่น เจ้าของบ้านสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่สดชื่น สะดวกสบาย และได้รับการดูแลรักษาที่ดีขึ้นได้
